ช่วยตัวเอง 
กุหลาบกำลังเดือดร้อนเพราะเจ้าหนี้รังควานไม่เลิก ในยามยากเช่นนี้เธอมองไม่เห็นทางอื่น นอกจากมีศาลพระพรหมเป็นที่พึ่ง
"ท่านขา ลูกช้างศรัทธานับถือท่านมาตลอด ไม่เคยขออะไรเลย แต่คราวนี้ขอได้โปรดช่วยลูกช้างสักครั้งเถิด โปรดดลบันดาลให้ลูกช้างถูกล็อตเตอรี่ด้วยเถิด"
หลายวันผ่านไป จากอาทิตย์เป็นเดือน แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในที่สุดกลางดึกคืนวันหนึ่ง กุหลาบก็ดั้นด้นไปยังศาลพระพรหมอีก ตัดพ้อด้วยความสิ้นหวังว่า
"ทำไมท่านไม่ให้โอกาสลูกช้างเลย"
ทันใดนั้นกุหลาบก็ได้ยินเสียงดังมาจากศาลพระพรหมว่า
"เจ้าก็ให้โอกาสข้าบ้างสิ ทำไมเจ้าไม่ซื้อล็อตเตอรี่สักที"
เวลาเราจะขอความช่วยเหลือจากใคร สิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้คือ ถามตัวเองว่าเราช่วยตัวเองเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้ายัง ก็อย่าไปหวังว่าคนอื่นเขาจะช่วยเหลือเราได้อย่างที่ต้องการ เดี๋ยวนี้เรางอมืองอไม้กันง่ายขึ้นทุกที คงเพราะเห็นว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มบ้านเต็มเมือง และคิดว่าเพียงมีเงินซื้อเครื่องเซ่น เทวดาก็จะต้องช่วยเราแน่นอน ถ้าคิดเช่นนี้ก็แสดงว่า เรากำลังดูถูกเทวดาว่าทำตัวเหมือนนักการเมืองและข้าราชการไทยจำนวนมาก ซึ่งสามารถซื้อได้ด้วยเงิน
ถ้าเราพยายามช่วยเหลือตัวเองเต็มที่แล้ว และเป็นความเพียรที่ถูกต้องชอบธรรม พึงมั่นใจได้ว่าความดีเหล่านั้นจะช่วยเราแน่นอน แม้จะไม่ได้เรียกร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาช่วยเหลือก็ตาม ดูอย่างพระมหาชนก ซึ่งเมื่อถึงคราวเรือล่มลอยคออยู่กลางสมุทรอย่างไม่มีอนาคต แทนที่จะขอให้เทวดาช่วยเหลือ กลับตั้งหน้าตั้งตาว่ายน้ำตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นฝั่งเลย ในที่สุดนางมณีเมขลาอยู่เฉยไม่ได้ ต้องลงมาช่วยเหลือ พาเหาะขึ้นฝั่ง
ปาฏิหาริย์ในเรื่องพระมหาชนกอาจดูเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นคติธรรม สอนใจได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยก็ชี้ว่าชาวพุทธไม่ได้หวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปาฏิหาริย์ แต่ปุถุชนคนธรรมดานั้นต้องมีบ้างต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นบางครั้ง ในกรณีเช่นนั้นก็ควรพากเพียรพยายามอย่างเต็มที่เสียก่อน มิฉะนั้นแล้วการบนบานศาลกล่าวก็ย่อมไร้ผล
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือตนเองไม่ได้หมายความเพียงแค่การซื้อล็อตเตอรี่เท่านั้น ที่จริงควรทำมากกว่านั้น ทำอะไรบ้าง ดูตัวอย่างจากเรื่องข้างล่างพอเป็นแนวทางก็แล้วกัน
สมเจตน์ขึ้นนั่งบนรถแล้วพนมมือท่วมหัว ขอให้เทวดาปกป้องให้แคล้วคลาดจากอุบัติภัยและอันตรายทั้งปวง ตลอดการเดินทาง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงพูดดังมาจากข้างหลังว่า
"เจ้าลืมบางอย่างไป"
สมเจตน์จำเสียงเทวดาอารักษ์ได้ "จริงด้วยขอรับ" พูดจบก็สวดอิติปิโสหนึ่งจบ
"เจ้าลืมบางอย่างไป" เสียงเดิมดังมาอีก
"จริงด้วยขอรับ" สมเจตน์นึกขึ้นได้ จึงสวดคาถาชินบัญชรหนึ่งจบ
"เจ้าลืมบางอย่างไป" เสียงเดิมดังมาอีก
"ลูกช้างลืมอะไรหรือขอรับ" สมเจตน์ทำท่างง ๆ
"เจ้าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย" เทวดาตอบอย่างหนักแน่น
กลับด้านบน
|