budnet.info                                                                                                                                                                                      หน้าแรก  หน้าแรก


                            เผชิญความตายอย่างสงบ
 

   
 
 โครงการเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและการตายอย่างสันติ 
   โครงการและกิจกรรม

เพื่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์และกรอบแนวคิดการทำงานโครงการการตายอย่างสันติ และการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ๆ คือ

•  การรวบรวมและทบทวนองค์ความรู้จากการวิจัยและเอกสาร

•  การวิจัยและพัฒนาชุดความรู้จากประสบการณ์ภาคปฏิบัติ

•  การสังเคราะห์ชุดความรู้เพื่อสร้างเครื่องมือการเรียนรู้และแนวทางการปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

•  การบริหาร จัดการและสนับสนุน

โดยในแต่ละกิจกรรมมีรายละเอียดดังนี้

 

กิจกรรมที่ 1
    
       การรวบรวมและทบทวนองค์ความรู้ เป็นการประมวลและคัดกรองความรู้แบบ สหวิทยาการ เพื่อให้ได้ชุดความรู้ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นเนื้อหาและมีรูปแบบเหมาะสมกับการเรียนรู้ในระบบสาธารณสุขและสาธารณชน โดยมีขอบเขตการรวบรวมและทบทวนครอบคลุมวิชาการสาขาต่าง ๆ คือ

•  ด้านประวัติศาสตร์ ศึกษาและทบทวนเพื่อให้เข้าใจถึงชุดความคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับความตายในสังคมไทย และการเปลี่ยนแปลงที่มีขึ้นต่อแนวความคิดเกี่ยวกับความตายและการตายในสังคมไทย โดยมุ่งการคัดกรองและเรียบเรียงเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ให้สามารถใช้ประโยชน์ในระบบการเรียนการสอน การฝึกอบรมและการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ประเด็นที่จะเน้นหนักได้แก่

•  แนวคิดเกี่ยวกับความตายและทัศนะต่อความตายในสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างไร และมีผลอย่างไรต่อการตายและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

•  การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของสังคมไทยมีผลอย่างไรต่อทัศนะเกี่ยวกับความตายและการตาย

•  เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากการทบทวนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความตาย ที่จะทำให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นไปได้ดีขึ้นกว่าเดิม

•  ด้านสังคมวัฒนธรรม ศึกษาและทบทวนวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการตายและความตาย ทั้งนี้เพราะแต่ละวัฒนธรรมย่อมมีแบบแผนการปฏิบัติและวิธีการจัดการกับความตายที่แตกต่างกัน บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงแต่ต้องเข้าใจมิติทางสังคมวัฒนธรรมเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจละเมิดหรือขัดแย้งกับความเชื่อท้องถิ่นเท่านั้น แต่ความเข้าใจในมิติทางสังคมวัฒนธรรมของความตายในท้องถิ่นจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้ทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและการส่งเสริมการตายอย่างสันติได้ การศึกษาทบทวนจะครอบคลุมกลุ่มวัฒนธรรมหลัก ทั้งพุทธ พราหมณ์ ผี ขงจื้อ คริสต์ อิสลาม และวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย เช่น ม้ง กะเหรี่ยง โซ่ง และผู้ไท รวมทั้งสิ้น 10 กลุ่มวัฒนธรรม

•  ด้านการแพทย์ / สาธารณสุข ทบทวนรูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และการเตรียมตัวตายอย่างสงบ ทั้งในมิติทางกาย มิติทางใจ ทางสังคมและทางจิตวิญญาณ

แนวทางการดำเนินการ

•  รวบรวมเอกสารและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง

•  วิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ และประมวลเนื้อหาให้เป็นระบบและครอบคลุม

•  คัดกรอง และเรียบเรียงเนื้อหาในส่วนที่สามารถนำมาใช้พัฒนาชุดความรู้สำหรับการพัฒนาตำรา หลักสูตรและสื่อ

•  จัดประชุมปฏิบัติการเพื่อตรวจทานและปรับปรุงเนื้อหา 2 ครั้ง

•  จัดทำรายงานประมวลองค์ความรู้ ทั้ง 3 ด้าน พร้อมข้อเสนอแนะการใช้ประโยชน์

 

กิจกรรมที่ 2

การวิจัยและพัฒนาชุดความรู้จากประสบการณ์การปฎิบัติเป็นการประมวลและสังเคราะห์ความรู้จากการปฏิบัติงาน โดยอาศัยกระบวนการวิจัยและพัฒนาทั้งในระบบโรงเรียนแพทย์และประสบการณ์ในชุมชน เพื่อให้สามารถระบุทักษะที่จำเป็น ตลอดจนรูปแบบการทำงานที่ดีในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในระบบบริการและในชุมชน

แนวทางการดำเนินการในระบบโรงเรียนแพทย์

 •  ทบทวนสภาพปัญหา ความต้องการของผู้ป่วยและองค์ความรู้ด้านการจัดระบบการดูแลผู้ป่วย

ในโรงพยาบาลเพื่อสร้างแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

•  จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อาจารย์ แพทย์ แพทย์ใช้ทุน /ประจำบ้าน พยาบาลแกนนำ นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก อาสาสมัคร โดยจัดการอบรมเป็นระยะรวม 3 ครั้ง ให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับปัญหาที่พบในการดูแลผู้ป่วยที่เกิดขึ้นจริง

  สนับสนุนการจัดกิจกรรมดูแลผู้ป่วยที่สามารถประมวลเป็นกรณีศึกษาจำนวน 10 ราย

•  จัดประชุมเสนอผลการดูแลผู้ป่วยที่เป็นกรณีศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสรุปบท

เรียนจากกรณีศึกษารวม 2 ครั้ง

•  สรุปผลและเขียนรายงานกรณีศึกษาที่ได้ดำเนินการ โดยเน้นให้เป็นกรณีศึกษาที่สามารถให้แง่

คิดหรือแนวทางการปฏิบัติที่นำไปขยายผลได้

ในระบบบริการปฐมภูมิและชุมชน จะมีการรวบรวมประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านโดยผู้ปฏิบัติงานในศูนย์สุขภาพชุมชนและประมวลเพื่อจัดทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1. รวมรวมเอกสารและทบทวนองค์ความรู้การตายที่บ้าน/ในชุมชน

2. รวบรวมกรณีศึกษาการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน 20 กรณี

3.  จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชนจากกรณี

ศึกษา 2 ครั้ง

4. สรุปผลจัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะ

กิจกรรมที่ 3

เพื่อให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ได้จากการทบทวนและกระบวนการวิจัยสามารถยกระดับไปใช้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จำเป็นต้องพัฒนาชุดความรู้ให้เป็นคู่มือ หลักสูตร และสื่อ ที่สามารถนำไปใช้ได้โดยจะดำเนินการดังนี้

1. ประมวลเนื้อหาเพื่อยกร่างคู่มือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและการตายอย่างสันติในระบบบริการและในชุมชน

2.จัดประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาต้นร่างหลักสูตรการอบรม โดยระบุเนื้อหาที่สำคัญและกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็น

3. จัดทำสื่อต้นแบบอันได้แก่ คู่มือและสื่อผสม ( multimedia ) จากกรณีศึกษาที่ใช้ในการฝึกอบรมได้

 

กิจกรรที่ 4

เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงต้องมีกลไกการบริหารจัดการที่เป็นระบบและเอื้อต่อการดำเนินโครงการ เพื่อนำไปสู่การสร้างกระบวนการเรียนรู้และแนวทางการปฏิบัติในระบบการแพทย์การสาธารณสุข โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

1. จัดตั้งคณะกรรมการโครงการ ซึ่งประกอบด้วย ฝ่ายจัดการ / ประสานงาน และฝ่ายวิชาการ ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามแผนกิจกรรม โดยให้มีคณะทำงานทางวิชาการ ทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็น ประเมิน และทบทวน (review) ผลการศึกษาต่าง ๆ

2. จัดประชุมคณะทำงาน 3 แผนงาน เพื่อติดตาม และประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง

3. จัดประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำเสนอผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา

 


กลับหน้าหลักโครงการ

 
  

www.budnet.info  
เครือข่ายพุทธิกา : เพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม 90 ซ.อยู่ออมสิน ถ.จรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ10700 โทร.02-883-0592,02-886-9881,086-300-5458 e - mail b_netmail@yahoo.com


กลับ