budnet.info                                                                                                                                                                               หน้าแรก  หน้าแรก


                            เผชิญความตายอย่างสงบ
 

   
กิจกรรมอบรมเพื่อเผชิญความตายอย่างรู้เท่าทัน
กิจกรรมเครือข่ายช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย
เวทีอภิปาย ชีวิตและความตาย
สื่อเผยแพร่ และเรียนรู้    
 
 
     แนะนำโครงการ 

      ความตายเป็นสิ่งแน่นอนสำหรับทุกชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะเราไม่อาจกำหนดหรือคาดทำนายได้ว่าจะตายเมื่อใด ที่ไหน และด้วยสาเหตุอะไร แม้แต่นักโทษประหารหรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายก็อาจจบชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่คาดฝัน ทั้งความแน่นอนและไม่แน่นอนนี้เองมีส่วนทำให้ความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้คนที่ปรารถนาจะควบคุมทุกอย่างไว้ในอำนาจ

เป็นเพราะเห็นความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว เราจึงไม่อยากนึกถึงความตายของตนเอง (แต่อาจสนใจอยากรู้ความตายของคนอื่น ทั้งโดยผ่านสื่อนานาชนิดและด้วยพฤติกรรม “ไทยมุง”) สุดท้ายก็เลยลืม (หรือแกล้งลืม)ว่าตนเองจะต้องตาย แต่ไม่ว่าจะปัดไปให้พ้นตัวเพียงใด ในที่สุดความตายก็ต้องมาถึงจนได้
   ความตายนั้นเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุดของชีวิต บททดสอบอื่นๆ นั้นเราสามารถสอบได้หลายครั้ง แม้สอบตกก็ยังสามารถสอบใหม่ได้อีก แต่บททดสอบที่ชื่อว่าความตายนั้น เรามีโอกาสสอบได้ครั้งเดียว และไม่สามารถสอบแก้ตัวได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นบททดสอบที่ยากมาก และสามารถเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นบททดสอบที่เราแทบจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าเวลา สถานที่ หรือแม้กระทั่งร่างกายและจิตใจของตนเอง
      อย่างไรก็ตามทั้งๆ ที่ความตายเป็นบททดสอบที่สำคัญอย่างยิ่งของชีวิต แต่น้อยคนนักที่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับบททดสอบดังกล่าว ชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่หมดไปกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการทำมาหากินและการหาความสุขจากสิ่งเสพ เราพร้อมจะให้เวลาเป็นปีๆ สำหรับการฝึกอาชีพ เข้าคอร์สฝึกร้องเพลงเต้นรำนานเป็นเดือนๆ ไม่นับเวลานับพันนับหมื่นชั่วโมงกับการช็อปปิ้งและท่องอินเตอร์เน็ต แต่เรากลับไม่เคยสนใจที่จะตระเตรียมตนเองให้พร้อมเผชิญกับความตายหรือภาวะใกล้ตาย ส่วนใหญ่นึกราวกับว่าตนเองจะไม่มีวันตาย หาไม่ก็คิดง่ายๆ ว่าขอ “ไปตายเอาดาบหน้า”    
      ไม่มีความประมาทอะไรที่ร้ายแรงไปกว่าการทิ้งโอกาสที่จะฝึกฝนตนเองให้เผชิญความตายอย่างสงบ ในขณะที่ยังมีเวลาและพลกำลังอย่างพร้อมมูล เป็นเพราะไม่สนใจเตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อน เมื่อล้มป่วยและเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต ผู้คนเป็นอันมากจึงประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างแรงกล้าทั้งกายและใจ ทรัพยากรที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอที่จะเอามาใช้ช่วยตัวเองในยามวิกฤต โดยเฉพาะ “ทุน” ที่สะสมไว้ในจิตใจ ซึ่งสำคัญกว่าทุนที่เป็นทรัพย์สมบัติ ผู้คนจำนวนไม่น้อยลงเอยด้วยการพยายามต่อสู้กับความตายอย่างถึงที่สุด ฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยีทุกชนิด
     แต่การพยายามยืดชีวิตนั้นบ่อยครั้งกลับกลายเป็นการยืดการตายหรือภาวะใกล้ตายให้ยาวออกไปพร้อมกับความทุกข์ทรมาน โดยคุณภาพชีวิต และจิตใจหาได้ดีขึ้นหรือเท่าเดิมไม่

ความสำคัญของการเผชิญความตายอย่างสงบ

   ปัญหาท่าทีการปฏิเสธความตาย         ทำไมต้องสนใจความตาย     จะเผชิญความตายอย่างไร

 วัตถุประสงค์ของโครงการ

  • เพื่อให้มีแนวทาง และวิธีการที่จะเผชิญความตายอย่างสงบนำไปปฏิบัติได้ทั้งต่อตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่น
  • เพื่อรวบรวมองค์ความรู้สู่การพัฒนาจิตวิญญาณ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต และการเผชิญความตายอย่างสงบ
  • เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายอย่างกว้างขวางในการช่วยเหลือทางจิตใจ และจิตวิญญาณต่อผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต

 กิจกรรมหลักของโครงการ

      อบรม “การเผชิญความตายอย่างสงบ”

        ผลิตสื่อเผยแพร่ และเรียนรู้

        สร้างเครือข่ายช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย

        จัดเวทีอภิปราย

องค์กรหลักร่วมโครงการ

เครือข่ายพุทธิกา (B-Net) เพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม, เสมสิกขาลัย, มูลนิธิโกมลคีมทอง, คณะอนุกรรมการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, หน่วย Palliative Care โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา, คณะกรรมการดูแลเรื่องการรักษาแบบประคับประคอง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และกลุ่มทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรงพยาบาลรามาธิบด

 สนับสนุนการดำเนิน
 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

   กลับด้านบน

  

www.budnet.info  
เครือข่ายพุทธิกา : เพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม 90 ซ.อยู่ออมสิน ถ.จรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ10700 โทร.02-883-0592,02-886-9881,086-300-5458 e - mail b_netmail@yahoo.com


กลับ