ไทยติดอันดับประเทศอันตรายอันดับหนึ่ง

   อาวีว่า ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทประกันภัยใหญ่ที่สุดของอังกฤษและติดอันดับ ๖ ของโลก ทำการสำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ติดอันดับหนึ่งในหลายด้านที่เป็นอันตราย

   การสำรวจดังกล่าวได้ทำกับชาวอังกฤษจำนวน ๖๐ , ๐๐๐ คน โดยให้จัดอันดับความอันตรายของประเทศต่าง ๆ เท่าที่มีประสบการณ์จากการท่องเที่ยว แบ่งเป็นหัวข้อต่าง ๆ ผลปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนสูงสุดในเรื่องของอันตรายประเภทต่าง ๆ ดังนี้

   อุบัติเหตุบนท้องถนน ไทยติดอันดับหนึ่ง รองลงมาได้แก่แอฟริกาใต้ อินเดีย นิวซีแลนด์และแคนาดา

   การชิงทรัพย์โดยใช้ความรุนแรง อันดับหนึ่งได้แก่แอฟริกาใต้ ไทยติดอันดับสอง ตามมาด้วยสเปน สาธารณรัฐเช็ก และเม็กซิโก

   การลักขโมย อันดับหนึ่งไดแก่ไทย รองลงมาคือแอฟริกาใต้ แคริเบียน นิวซีแลนด์ และเม็กซิโก

   อันตรายจากอาหารเป็นพิษ อันดับหนึ่งคือไทย รองลงมาคืออียิปต์ แคริเบียน เม็กซิโก และแอฟริกาใต้

   ปัญหากระเป๋าเดินทางหาย อันดับหนึ่งคือไทย ตามมาด้วยเม็กซิโก แคริเบียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

 ไทยเป็นรองแชมป์ โรคคลั่งช็อปปิ้ง

   เอซีนีลเส็น บริษัทวิจัยตลาดชื่อดังของโลก เผยผลสำรวจพฤติกรรมการช็อปปิ้งใน ๔๒ ประเทศทั่วโลก พบว่า คนไทยนิยมการช็อปปิ้งมากเป็นอันดับ ๒ ของโลก รองจากฮ่องกง จุดประสงค์หลัก คือ เพื่อความเพลิดเพลิน และเป็นกิจวัตรประจำวัน

  ผลสำรวจดังกล่าวรวบรวมจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน ๒ . ๒ หมื่นคน จาก ๔๒ ประเทศทั่วโลก ซึ่ง ๗ อันดับแรกที่ช็อปปิ้ง มากสุดเป็นประเทศในเอเชียทั้งหมด โดย ร้อยละ ๗๔ ยอมรับว่า การช็อปปิ้งคือกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลิน

   ประเทศที่มีอัตราช็อปปิ้งเพื่อความเพลิดเพลินมากกว่า ๒ ครั้งต่อสัปดาห์ ได้แก่ ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ขณะที่ประเทศที่มีอัตราช็อปปิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้งก็ยังนำโดยฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย นอกจากนี้ ประเทศในเอเชียที่เห็นว่า การช็อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เป็น กิจวัตรประจำวัน อันดับแรกได้แก่ไทย รองลงมาคือมาเลเซีย และฟิลิปปินส์

   สตีฟ วัตต์ กรรมการผู้จัดการเอซีนีลเส็น ในมาเลเซีย เผยว่า การช็อปปิ้งกลายเป็นงานอดิเรกของหลายประเทศในเอเชียไปแล้ว “ การช็อปปิ้งเป็นกิจกรรมที่ผูกติดกับ วิถีชีวิตของคนไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย อย่างแยกไม่ออก ส่งผลให้รัฐบาลแต่ละประเทศหันมาใช้จุดเด่นดังกล่าว สนับสนุนการท่องเที่ยวไปในตัว ” วัตต์ กล่าว

  นอกจากนี้ ยังระบุว่า ศูนย์การค้าที่ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ ศูนย์อาหาร และศูนย์ออกกำลังกาย ถือเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคนทุกระดับชั้น “ นอกจากการช็อปปิ้งแล้ว ศูนย์การค้ายังเป็นที่นัดพบปะเพื่อนฝูงและครอบครัว รวมถึงสถานที่ผ่อนคลายความเครียดหลังทำงานด้วย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักนำเงินที่ออมมา ใช้จ่ายในศูนย์การค้า ” วัตต์ กล่าว

  คนไทยเครียดหนัก ยอดขายยาพุ่งพรวด

    นพ . ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า คนไทยมีแนวโน้มเป็นโรคเครียดเพิ่มสูงขึ้น โดยผลการวิจัยในปี ๒๕๔๖ ระบุว่าคนไทยที่มีอาการเครียดอยู่ในระดับสูงมากมีถึงร้อยละ ๘ ของจำนวนประชาชน ส่วนใหญ่หาทางแก้ด้วยการกินยาคลายเครียด เห็นได้จากยอดขายยาคลายคเครียดมีจำนวนสูงมาก สำหรับสาเหตุของความเครียดนั้นเกิดจากปัญหาส่วนบุคคล ปัญหาครอบครัว และปัญหาการเมืองและสังคม และมีแนวโน้มว่าปัญหาความเครียดของคนไทยทั้ง ๓ ด้าน จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

   ทางด้านพญ . อติพร อิงค์สาธิต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า

   จากข้อมูลใบสั่งยาในโรงพยาบาลชุมชนพบว่ามีการสั่งยาออกฤทธิ์ต่อ จิตประสาทราว ๑๐ ล้านใบต่อปี หรือคิดเป็น ๒๕ % ของใบสั่งยาทั้งหมด และสถิติคณะกรรมการอาหาร และยา ( อย .) ยังระบุว่า ในกรุงเทพมหานครและภาคกลางมีการใช้ยาคลายเครียดเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยปี ๒๕๔๔ มีการใช้ยา ๑๖๗ ล้านเม็ด เพิ่มเป็น ๗๐๕ ล้านเม็ด ในปี ๒๕๔๖

   พญ . อติพรยังกล่าวต่อไปว่า การใช้ยาที่มีสารออกฤทธิ์ทางจิตประสาทจำพวกยาคลายเครียด ยานอนหลับ ยากันชัก ยาแก้โรคซึมเศร้า และยาแก้หวัดลดน้ำมูก ทำให้ง่วงนอนและหลับใน เทียบเท่ากับการดื่มแอลกอฮอล์ราว ๕๐ - ๗๙ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถึง ๕ เท่า และหากรับประทานยาดังกล่าวร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ๑๐๐ เท่า

  คนไทย “ อ้วนลงพุง ” สูงถึง ๑๒ ล้านคน

     นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า “ อ้วนลงพุง ” กำลังเป็นโรคระบาดใหม่คนไทย มีอันตรายถึงชีวิต ผลสำรวจพบคนวัย ๓๕ ปีขึ้นไป ประสบปัญหานี้เกือบ ๑ ใน ๓ ชี้หากไม่แก้ไขเรื่องการกินและการออกกำลังกาย มีโอกาสอายุสั้น เพราะจะมีโรคภัยมาเบียดเบียน

   จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปในรอบ ๕ - ๖ ปีมานี้ อ้วนลงพุงเกือบร้อยละ ๓๐ หรือประมาณ ๑๒ ล้านคน โดยเป็นผู้หญิงถึงร้อยละ ๕๐ ส่วนชายพบร้อยละ ๒๑ กล่าวได้ว่าในกลุ่มคนไทยวัยนี้ ทุก ๓ คนจะมีคนอ้วนลงพุง ๑ คน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่ลูกหลานมักให้พักผ่อน อยู่บ้าน ไม่ให้ทำงาน การอ้วนลงพุงเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดตีบตัน

   สาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากพฤติกรรมการกินการอยู่ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีเนื้อล้วนๆ อาหารรสจัด เช่น มันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักผลไม้น้อย เดินน้อยลง และขาดการออกกำลังกาย วิธีป้องกันก็คือ กินอาหารประเภทผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารรสจัด ออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย ๓๐ นาที

  ไทยติดอันดับ ๓๒ ประเทศมีความสุข

    มูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความสุขประเทศต่าง ๆ ๑๗๘ ประเทศ ระบุประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๓๒ ตามหลังฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน

  สำหรับประเทศที่ติดอันดับหนึ่ง คือ วานูอาตา ซึ่งเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ รองลงมาคือโคลัมเบีย คอสตาริกา โดมินิกัน และปานามา ส่วนประเทศที่อยู่ลำดับสุดท้ายคือ ซิมบับเว รองลมาคือสวาซิแลนด์ บุรุนดี คองโก และยูเครน

   เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศอุตสาหกรรมจะอยู่ในลำดับท้าย ๆ คือ อิตาลีอันดับที่ ๖๖ เยอรมนี อันดับที่ ๘๑ ญี่ปุ่นอันดับที่ ๙๕ อังกฤษอันดับที่ ๑๐๘ แคนาดาอันดับที่ ๑๑๑ ฝรั่งเศสอันดับที่ ๑๒๙ สหรัฐอเมริกาอันดับที่ ๑๕๐ รัสเซียอันดับที่ ๑๗๒

   สำหรับสิงคโปร์อยู่อันดับที่ ๑๓๑ ขณะที่ฟิลิปปินส์อยู่อันดับที่ ๑๗ อินโดนีเซียอันดับที่ ๒๓ จีนอันดับที่ ๓๑

    ในการจัดอันดับดังกล่าว มูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ใช้เกณฑ์วัดโดยอาศัยมาตรฐานความเป็นอยู่ และความพึงพอใจในการมีชีวิต รวมทั้งปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินชีวิตและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม